ABOUT US

 
สำหรับผู้ที่มีความชื่นชอบและรักในเสียงดนตรีจากกล่องดนตรี และมีกล่องดนตรีสะสมไว้หลากหลายแบบ หรือผู้ที่มีความสนใจอยากส่งมอบความสุขผ่านเสียงเพลง เพื่อเป็นของขวัญสำหรับคนสำคัญของคุณ 
 
Orgel Music House ขอนำเสนอกล่องดนตรีนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งถือกำเนิดจากโรงงานผู้ผลิตกล่องดนตรีอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ภายใต้มาตรฐานของบริษัท Sankyo ที่เป็นบริษัทชั้นนำในเรื่องกล่องดนตรีของโลก ตัวเครื่องกล่องดนตรีมีวิธีการผลิตที่ซับซ้อน เริ่มตั้งแต่ชิ้นส่วนต่าง ๆ มากมาย   นำมาประกอบเข้าด้วยกัน ก่อนที่จะมาเป็น Musical Movement
  
อุปกรณ์ทุกชิ้นส่วน ผลิตด้วยเครื่องจักรที่มีความทันสมัยได้มาตรฐาน และผ่านกระบวนการจากบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ อาทิ เช่น การผลิตนาฬิกาที่มีความละเอียดในทุกชิ้นงาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของเสียงและตัวโน๊ตให้ได้มาตรฐานในทุกทุกขั้นตอนการผลิตอย่างสูงสุด
 
และหากกล่าวถึง "ของขวัญ” ของแทนใจสำหรับคนที่คุณรัก ของสำหรับคนสำคัญของคุณ Orgel Music House ได้นำเสนอกล่องดนตรีที่มีรูปลักษณ์สวยงาม โดดเด่นด้วยความคลาสสิคของหีบเพลงที่สร้างสรรค์มาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ร่วมกับตุ๊กตาหมีที่ได้รับความนิยมอย่าง Teddy House รวมถึง Teira Zeira Collection ที่ได้รับการออกแบบโดย  คุณแพนเค้กและคุณเวียร์  พร้อมทั้งเหล่าบรรดาตุ๊กตาหมีน่ารักน่ากอด ได้แก่  Toby Joseph   Erika และ  Teddy In Love  เกิดเป็นของขวัญสำหรับคนพิเศษของคุณ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความไพเราะของหีบเพลงและความน่ารักของตุ๊กตาหมีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
 
กล่องดนตรีและตุ๊กตาหมีพร้อมบทเพลงเพื่อทุกโอกาสพิเศษของคุณ top replica watches
 

ประวัติของกล่องดนตรี ในสมัยโบราณ มนุษย์ได้คิดค้นวิธีการต่าง ๆ เพื่อวัดเวลา ทั้งนาฬิกาแดด นาฬิกาทราย หรือนาฬิกาที่ใช้น้ำ นาฬิกาต่าง ๆ เหล่านี้มีข้อเสียตรงที่ทำงานไม่เที่ยงตรงเท่าไหร่นักและไม่สามารถบอกเวลาได้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ ต่อมาจึงมีการประดิษฐ์นาฬิกาแบบที่ใช้เครื่องกลไกขึ้น


นอกจากนี้แล้ว ก่อนที่จะมีการประดิษฐ์นาฬิกาขึ้นนั้น สมัยก่อนโบสถ์ต่าง ๆ ในยุโรปก็มีการสร้างหอระฆังเพื่อตีบอกเวลาสวดมนต์ โดยจะมีคนปีนขึ้นไปบนหอระฆังเพื่อตีบอกเวลาวันละสามครั้ง เช้า เย็นและค่ำ การปีนหอระฆังสูง ๆ วันละสามครั้งคงจะเหนื่อยไม่ใช่น้อย จึงมีการประดิษฐ์อุปกรณ์ที่สามารถตีระฆังได้เองโดยอัตโนมัติ

เมื่อมีการประดิษฐ์นาฬิกาขึ้น นาฬิกาก็ถูกนำไปตั้งไว้บนหอสูง ๆ แทนระฆัง ที่ต้องไว้ที่สูงก็คงเพื่อให้สามารถมองเห็นได้จากที่ไกล ๆ แต่ตอนค่ำก็มองไม่เห็นนาฬิกาอยู่ดี จึงจำเป็นต้องมีการบอกเวลาโดยใช้เสียงเช่นเดิม มีแม้กระทั่งให้คนปีนขึนไปบนหอนาฬิกาเพื่อตะโกนบอกเวลา แต่ก็คงไม่สะดวก (และคงจะเจ็บคอ) จึงได้เปลี่ยนไปใช้ระฆังบอกเวลาแทน

แต่เหตุผลจริง ๆ ที่นาฬิกาต้องวางไว้ที่สูง ๆ ก็คือ ในสมัยที่ยังไม่มีมอเตอร์หรือลานไข นาฬิกาทำงานได้โดยอาศัยการแกว่งตัวของลูกตุ้มที่ผูกติดกับเชือกยาว ๆ จึงต้องเอานาฬิกาไว้ที่สูงพอสำหรับความยาวของเชือกนั่นเอง

จนเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 15 เมื่อฮอลันดาเทคโนโลยีการหลอมโลหะได้พัฒนาขึ้นจนสามารถหลอมสำริดที่มีคุณภาพสูงได้ ทำให้สามารถสร้างระฆังที่ให้เสียงต่าง ๆ กันที่มีคุณภาพสูงได้ จึงเริ่มมีการนำระฆังขนาดต่างๆกันมาตีบอกเวลาให้เป็นทำนองแทนที่จะเป็นเสียงระฆังเดี่ยวๆเพียงตัวเดียว โดยเริ่มแรกมีการใช้ระฆังเพียง 4 ตัว คำว่า carillon ซึ่งเป็นศัพท์ใช้เรียกชุดระฆังในปัจจุบันก็มีต้นกำเนิดมาจากภาษาลาตินที่แปลว่า “ชุดระฆังสี่ตัว” นั่นเอง แต่ก็มีการประดิษฐ์ชุดระฆังที่ประกอบด้วยระฆังถึง 200 ตัวเลยทีเดียว

ต้นกำเนิดของกล่องดนตรีในปัจจุบันก็มาจากชุดระฆัง (carillon) ในหอนาฬิกาที่คอยบอกเวลาให้ผู้คนในเมืองต่าง ๆ ของยุโรปสมัยกลางนั่นเอง
 
Carillon
 
นาฬิกาแขวน
replica watches uk


ราว ๆ ศตวรรษที่ 17 นาฬิกาถูกพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงให้สามารถนำมาใช้ในครัวเรือนได้ แต่ในระยะต้น ๆ ซึ่งยังคงใช้ลูกตุ้มอยู่ นาฬิกาก็จะยังคงเป็นทรงสูงๆอยู่ 

จนเมื่อเข้าศตวรรษที่ 18 ที่มีการคิดค้นวิธีใช้การไขลานร่วมกับฟันเฟืองมาทำนาฬิกา จึงทำให้นาฬิกามีขนาดเล็กลงไปได้ อุปกรณ์ที่ให้เสียงในนาฬิกาจึงมีขนาดเล็กลง และเริ่มมีการใช้อุปกรณ์ที่เป็นซี่ ๆ ลักษณะคล้ายหวีที่เรียกว่า comb ซึ่งยังคงมีใช้อยู่ในกล่องดนตรีปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า ในยุคเริ่มต้น กล่องดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของนาฬิกาที่ทำหน้าที่คอยบอกเวลานั่นเอง
 

ความปรารถนาของผู้คนที่ต้องการฟังดนตรีที่ตนเองชอบในเวลาที่ต้องการเป็นปัจจัยที่ช่วยให้กล่องดนตรีมีวิวัฒนาการแยกตัวออกไปจากนาฬิกาจนเป็นเครื่องเล่นดนตรี โดยในปี 1796 หลังจากการปฏิวัติในฝรั่งเศส 7 ปี อองตวน ฟาเวร่ (Antoine Favre) ช่างนาฬิกาชาวสวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้ริเริ่มความคิดที่จะ ”นำดนตรีมาเก็บใส่กล่อง” โดยเขาได้แยกชิ้นส่วนที่เล่นดนตรีในนาฬิกาออกมาใส่ในกล่องและนำเสนอต่อสมาคมช่างในสวิตเซอร์แลนด์

เมื่อเข้าสู่ปี 1830 จึงเริ่มมีการผลิตกล่องดนตรีแบบที่ใช้อุปกรณ์ทรงกระบอกที่เรียกว่า cylinder orgel อย่างจริงจัง กล่องดนตรีประเภทนี้ติดหมุดโลหะไว้ที่กระบอกซึ่งเมื่อหมุนกระบอกนี้ไปเรื่อย ๆ หมุดโลหะจะไปกระทบกับซี่ต่าง ๆ ในหวีเกิดเป็นเสียงดนตรีสูงต่ำต่างๆกัน ประมาณการว่าถ้าต้องการดนตรีความยาว 40 วินาที จะต้องใช้หมุดโลหะนี้ถึง 400 ตัวด้วยกัน การติดหมุดโลหะเหล่านี้ต้องอาศัยความแม่นยำเป็นอย่างสูง การผลิตกล่องดนตรีแต่ละชิ้นจึงใช้เวลานานมาก และใช้แรงงานช่างที่มีทักษะอย่างมากด้วย
 

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ในปี 1886 พอล ลอคมาน (Paul Lochmann) ช่างชาวเยอรมันจึงได้พัฒนากล่องดนตรีที่ใช้อุปกรณ์ที่เป็นแผ่นโลหะกลม (disc orgel) ขึ้น โดยสามารถใช้เครื่องจักรมาติดหมุดไว้ที่แผ่นโลหะแทนการใช้แรงงานช่างแบบเดิม ทำให้สามารถผลิตกล่องดนตรีเป็นปริมาณมาก ๆ ในต้นทุนต่ำได้ นอกจากนี้ยังมีการประดิษฐ์กล่องดนตรีแบบหยอดเหรียญแล้วนำไปตั้งไว้ตามภัตตาคารและล้อบบี้โรงแรม ร้านเหล้า ร้านกาแฟและโรงเต้นรำต่าง ๆ อีกด้วย
 

กล่องดนตรีเป็นที่แพร่หลายทั่วไปจนกระทั่งถึงปี 1887 ที่มีการพัฒนาเครื่องบันทึกเสียงซึ่งสามารถบันทึกเสียงต่าง ๆ ทั้งเสียงคนร้องและเสียงดนตรีประเภทต่าง ๆ ซึ่งเป็นความสามารถที่กล่องดนตรีทำไม่ได้ ความนิยมของกล่องดนตรีจึงค่อย ๆ เสื่อมลง และอุตสาหกรรมเกี่ยวกับกล่องดนตรีก็ปิดฉากลงพร้อม ๆ กับการเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง professional replica watches